การตรวจสารพันธุกรรมเพื่องานทะเบียนราษฎรเป็นหนึ่งในกระบวนการที่ใช้ผลการตรวจสารพันธุกรรมประกอบการแก้ไขปัญหาทางทะเบียนราษฎร เช่น การเพิ่มชื่อบุคคลเข้าในทะเบียนราษฎร หรือให้สัญชาติแก่ผู้ที่ไม่มีสัญชาติไทยเนื่องจากไม่ได้แจ้งเกิดในระยะเวลาที่กำหนด โดยการพิสูจน์ว่าผู้ไม่มีสัญชาติดังกล่าวมีความสัมพันธ์ทางเครือญาติกับบุคคลอ้างอิงที่มีสัญชาติไทยหรือไม่ ทั้งนี้โดยทั่วไปผู้ประสบปัญหาทางทะเบียนราษฎรสามารถยื่นคำร้องต่อหน่วยงานทางปกครองในท้องที่ หากหน่วยงานทางปกครองพิจารณาแล้วว่าจำเป็นต้องใช้ผลการตรวจสารพันธุกรรม ก็สามารถดำเนินการส่งตัวผู้ประสบปัญหาทางทะเบียนราษฎรเข้ารับการตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรม ณ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ได้
ขั้นตอนการตรวจสารพันธุกรรมเพื่องานทะเบียนราษฎร
ผู้รับบริการสามารถเข้ารับการตรวจสารพันธุกรรมได้ ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย โดยมีขั้นตอนการเข้าโครงการเพื่อรับการตรวจ ดังนี้
1. ผู้ประสบปัญหาทางทะเบียนราษฎรยื่นคำร้องต่อหน่วยงานทางปกครองในท้องที่ เช่น สำนักงานเขต, ที่ว่าการอำเภอ, สำนักทะเบียนท้องถิ่น ฯลฯ
2. หากหน่วยงานทางปกครองในท้องที่เห็นว่าจำเป็นต้องให้ตรวจสารพันธุกรรม ให้หน่วยงานดังกล่าวส่ง "หนังสือขอความอนุเคราะห์ตรวจสารพันธุกรรม" มายังสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ โดยระบุรายละเอียดดังนี้
- ชื่อ-นามสกุล, หมายเลขโทรศัพท์ ของบุคคลที่ต้องการรับการตรวจสารพันธุกรรม
- ความสัมพันธ์ที่ต้องการตรวจ
- "เอกสารภาพถ่าย" ปัจจุบันของบุคคลอ้างอิงและบุคคลตกหล่นทุกคน
- แนบสำเนาเอกสารทางทะเบียนราษฎรของบุคคลอ้างอิง และเอกสารอื่น ๆ
*** สถาบันฯ จะดำเนินการตรวจตามโครงการฯ
ก็ต่อเมื่อมี "หนังสือขอความอนุเคราะห์ตรวจสารพันธุกรรม"
จากหน่วยงานปกครองเท่านั้น
ประชาชนทั่วไปไม่สามารถ walk-in หรือขอตรวจ
โดยไม่มีเอกสารจากหน่วยงานปกครองได้
หากท่านเป็นผู้ประสบปัญหาทางทะเบียนราษฎร
โปรดติดต่อหน่วยงานปกครอง ตามรายละเอียดที่แจ้งไว้ข้างต้น ***
2.1 กรณีสะดวกรับการตรวจ ณ ที่ทำการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ถนนซ่อมสร้าง (ถนน 345) จังหวัดปทุมธานี
- ให้หน่วยงานปกครองทำ "หนังสือขอความอนุเคราะห์ตรวจสารพันธุกรรม" (เอกสารดาวน์โหลดหมายเลข 2 และ 3) ส่งมายังสถาบันนิติวิทยาศาสตร์
- ในเอกสารโปรดระบุหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อกลับ ของผู้ต้องการรับการตรวจ
- เจ้าหน้าที่สถาบันฯ จะติดต่อกลับตามหมายเลขโทรศัพท์ที่ให้ไว้ เพื่อนัดหมายเข้าตรวจอีกครั้ง
2.2 กรณีสะดวกเข้ารับการตรวจ ณ หน่วยงานโรงพยาบาลเครือข่าย
หากท่านไม่สะดวกเดินทางมารับการตรวจ ณ ที่ทำการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ท่านสามารถเลือกเข้ารับการตรวจ ณ หน่วยงานโรงพยาบาลเครือข่าย ซึ่งขณะนี้มีทั้งสิ้น 30 แห่ง ทั่วประเทศ ดังนี้
ภาคเหนือ
- โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย
- โรงพยาบาลน่าน จ.น่าน
ภาคเหนือตอนล่าง
- โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร จ.พิษณุโลก
ภาคกลาง
- โรงพยาบาลสระบุรี จ.สระบุรี
- โรงพยาบาลอุทัยธานี จ.อุทัยธานี
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
- โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี
- โรงพยาบาลกันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ
- โรงพยาบาลกาบเชิง จ.สุรินทร์
- โรงพยาบาลชัยภูมิ จ.ชัยภูมิ
- โรงพยาบาลนครพนม จ.นครพนม
ภาคตะวันตก
- โรงพยาบาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช จ.ตาก
- โรงพยาบาลอุ้มผาง จ.ตาก
- โรงพยาบาลแม่สอด จ.ตาก
- โรงพยาบาลแม่ระมาด จ.ตาก
- โรงพยาบาลท่าสองยาง จ.ตาก
- โรงพยาบาลพบพระ จ.ตาก
- โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา จ.กาญจนบุรี
ภาคตะวันออก
- โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี
- โรงพยาบาลตราด จ.ตราด
- โรงพยาบาลพระปกเกล้า จ.จันทบุรี
ภาคใต้
- โรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ จ.ชุมพร
- โรงพยาบาลระนอง จ.ระนอง
- โรงพยาบาลหาดใหญ่ จ.สงขลา
- โรงพยาบาลละงู จ.สตูล
- โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส
พื้นที่กรุงเทพมหานคร & ปริมณฑล
- โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ กรุงเทพฯ
- โรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์ กรุงเทพฯ
- โรงพยาบาลสิรินธร กรุงเทพฯ
- โรงพยาบาลกลาง กรุงเทพฯ
- โรงพยาบาลสมุทรสาคร จ.สมุทรสาคร
โดยหากต้องการตรวจ ณ หน่วยงานโรงพยาบาลเครือข่าย ให้หน่วยงานปกครองทำ "หนังสือขอความอนุเคราะห์ตรวจสารพันธุกรรม" จำนวน 2 ชุด
ชุดแรก: ถึงผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ส่งมายังสถาบันนิติวิทยาศาสตร์
ชุดที่สอง: ถึงผู้อำนวยการโรงพยาบาลที่ต้องการเข้ารับการตรวจ
เมื่อได้รับเอกสารแล้ว จะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับเพื่อนัดหมายเข้ารับการตรวจต่อไป
3. เมื่อถึงวันนัดหมาย ผู้เข้ารับการตรวจทุกคน ทั้งบุคคลอ้างอิงและบุคคลผู้ประสบปัญหา เดินทางมาเข้ารับการจัดเก็บตัวอย่างสารพันธุกรรมพร้อมกัน ณ ห้องตรวจนิติเวชคลินิก สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เลขที่ 111 หมู่ 4 ตำบลบ้านใหม่ อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี 12000 หรือ ณ หน่วยงานโรงพยาบาลเครือข่ายที่ได้นัดหมายไว้
4. เอกสารซึ่งผู้รับการตรวจต้องนำมาในวันเข้ารับการตรวจ ประกอบด้วย
- บัตรประจำตัวประชาชน ฉบับจริง
- สูติบัตรฉบับจริง ในกรณีเด็กหรือเยาวชนที่ยังไม่มีบัตรประจำตัวประชาชนต้องมีบิดามารดา หรือผู้ปกครอง หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ มาพร้อมกันด้วย
- ทะเบียนบ้านหรือแบบรับรองรายการทะเบียนราษฎร ฉบับจริง
- ญาติหรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งถูกอ้างเป็นพยาน ต้องนำบัตรประชาชน หรือบัตรประจำตัวข้าราชการฉบับจริง มาแสดงด้วย
5. การเก็บตัวอย่างสารพันธุกรรม ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
6. กระบวนการตรวจสารพันธุกรรมในห้องปฏิบัติการใช้ระยะเวลาประมาณ 42 วันทำการ และเมื่อผลการตรวจเสร็จสิ้น สถาบันนิติวิทยาศาสตร์จะส่งผลการตรวจฉบับจริงทางไปรษณีย์ไปยังหน่วยงานทางปกครองที่ยื่นคำร้อง
8. ผู้เข้ารับการตรวจติดต่อหน่วยงานทางปกครองเพื่อรับทราบผลการตรวจสารพันธุกรรม และดำเนินการทางทะเบียนราษฎรตามขั้นตอนของหน่วยงานทางปกครองต่อไป
หมายเหตุ:
- ผู้เข้ารับการจัดเก็บตัวอย่างสารพันธุกรรม **ไม่ต้องงดน้ำหรืออาหารก่อนการตรวจ สามารถกินอาหาร น้ำ หรือยาได้ตามปกติ**
- การเก็บตัวอย่างสารพันธุกรรม ใช้วิธีเช็ดจากเยื่อบุกระพุ้งแก้ม (Buccal Swab) หรือวิธีเจาะเลือดปลายนิ้ว
- ในกรณีที่ผู้เข้ารับการจัดเก็บเคี้ยวหมาก มีแผลในช่องปาก หรือเป็นเด็กเล็กที่ยังดื่มนมแม่ อาจต้องมีการเจาะเลือดที่ปลายนิ้วหรือส้นเท้า
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อกลุ่มนิติเวชคลินิก สถาบันนิติวิทยาศาสตร์
โทร. 0632733602
LINE id: 0632733602 หรือ cfm_cifs
Facebook: ตรวจ DNA เพื่องานทะเบียนราษฎร (https://www.facebook.com/dnacfm)
จันทร์ - ศุกร์ (เว้นวันหยุดราชการ) ตั้งแต่เวลา 8.30 – 16.30 น.